ชิปปิ้งสินค้าจากจีนการทำประกันภัยสินค้าที่ไม่ควรมองข้าม

//ชิปปิ้งสินค้าจากจีนการทำประกันภัยสินค้าที่ไม่ควรมองข้าม

ชิปปิ้งสินค้าจากจีนการทำประกันภัยสินค้าที่ไม่ควรมองข้าม

ชิปปิ้งสินค้าจากจีนการทำประกันภัยสินค้าที่ไม่ควรมองข้าม

การใช้บริการด้านการขนส่งสินค้าหรือนำเข้าสินค้าจากต่างประเทศนั้นไม่ได้คำนึงถึงแค่เรื่องระยะทางเพียงอย่างเดียว หากมีหลากหลายขั้นตอน หลายกระบวนการกว่าที่สินค้าที่ผู้ใช้บริการสั่งมาถึงมือเรานั่นต้องข้ามน้ำข้ามทะเล ดังนั้นสินค้าของเราจะต้องผ่านกระบวนการมากมาย เช่น การเคลื่อนย้ายสินค้าจากพาหนะหนึ่งไปยังพาหนะหนึ่ง ซึ่งการเคลื่อนย้ายเราอาจไม่ทราบได้ว่าสินค้าจะเกิดความเสียหายระหว่างขนย้ายหรือสินค้าตกหล่นทำให้ขนสินค้าของเรามาไม่ครบหรือไม่ การทำประกันภัยสินค้าจึงเป็นเรื่องสำคัญอย่างมากสำหรับในการบริการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศ เพราะการทำประกันภัยสินค้านั้นถือได้เป็นเครื่องมือปกป้องสินค้าของเราหากเกิดอะไรขึ้นนั่นเอง หลายคนอาจไม่ทราบหรือยังไม่เข้าใจว่า ประกันภัยสินคินค้ามีอะไรบ้าง หรือมีขั้นตอนทำอย่างไร วันนี้ chinatopcargo จะพาคุณไปรู้จักกับการทำประกันภัยสินค้ากัน

ชิปปิ้งสินค้าจากจีน นำเข้าสินค้าจากจีน ชิปปิ้ง ชิปปิ้งสินค้าจากจีนการทำประกันภัยสินค้าที่ไม่ควรมองข้าม 698596589658 01 1

ชิปปิ้งสินค้าจากจีน นำเข้าสินค้าจากจีน

การประกันภัยเพื่อการขนส่งสินค้า มีหลากหลายชนิด โดยสามารถแบ่งได้เป็น 2 กลุ่มใหญ่ ๆ คือ

การประกันภัยการขนส่งสินค้า (Cargo Insurance)

การทำประกันภัยเพื่อบรรเทาหรือความเสี่ยงต่อตัวสินค้าจากอุบัติเหตุ ที่เกิดขึ้นระหว่างจากการขนส่ง จัดเก็บ หรือพักสินค้าระหว่างการขนส่ง ทั้งที่อยู่ภายในประเทศและภายนอกประเทศ สำหรับความเสี่ยงต่อตัวสินค้า จะจำกัดความไว้ ได้แก่ สินค้าสูญหาย สินค้าเสียหาย เช่น แตกหรือเปียกน้ำ แต่ไม่รวมการเสื่อมสภาพตามปกติของสินค้า ที่ถือว่าไม่เป็นความเสี่ยงต่อตัวสินค้า

การประกันอื่น ๆ

การประกันภัยสินเชื่อทางการค้า ในกรณีจะคุ้มครองผู้ส่งออกในกรณีที่เกิดปัญหาในการส่งสินค้าไปยังผู้ซื้อแล้วผู้ส่งออกไม่ได้รับค่าชำระจากผู้ซื้อ สำหรับการประกันภัยในลักษณะอื่น ก็ขึ้นอยู่กับตัวสินค้าและความต้องการของผู้ส่งออก ซึ่งมีความหลากหลายและต้องติดต่อและให้รายละเอียดกับบริษัทประกันภัยเป็นกรณี

การประกันภัย มักถูกมองข้ามหรือถูกละเลยไม่ให้คววามสำคัญ เพราะคิดว่าเป็นเรื่องยุ่งยากและเข้าใจยาก แต่การทำประกันภัยมีความสำคัญอย่างมาก ที่หากไม่สนใจในการทำประกันภัยสินค้า อาจทำให้ธุรกิจด้านการขนส่งนั้นเสียหายอย่างมหาศาลกันเลยทีเดียว

สำหรับการทำประกันภัยการขนส่งสินค้า ผู้ส่งออกสามารถติดต่อขอทำประกันภัย ผ่านบริษัทที่เราได้เลือกใช้บริการในการขนส่งสินค้า หรือติดต่อกับปริษัทประกันโดยตรง เพื่อปรึกษาและติดต่อถึงขั้นตอนการทำประกันภัย โดยข้อมูลที่จะต้องเตรียมไว้อย่างน้อย ได้แก่ ตัวสินค้าคืออะไร มีการบรรจุภัณฑ์อย่างไร จุดหมายปลายทางคือที่ใด ยานพาหนะในการขนส่งชื่ออะไร สำหรับข้อมูลและรายละเอียดต่าง ๆ ในการคุ้มครอง บริษัทที่เราติดทำประกันภัย จะให้ข้อมูลที่ละเอียและชัดเจนเตรียมไว้ให้เสมอ

ประกันภัยก็มีหลากหลายประเภทให้ได้เลือก และยังมีการพัฒนาประกันภัยใหม่อยู่เสมอ เพื่อตอบสนองต่อความต้องการของผู้ซื้อประกันภัยให้ได้มากที่สุด แต่ถึงแม้จะมีการพัฒนาประกันใหม่อยู่เสมอ แต่หลักการของประกันภัย ยังคงตั้งอยู่บนพื้นฐานของการบรรเทาภัยที่เกิดจากเหตุหรืออุบัติเหตุสุดวิสัยเท่านั้น การประกันภัยแบ่งออกได้หลายประเภท และมีความหลากหลายและรายละเอียดที่แตกต่างกันไป สำหรับการประกันภัยตัวสินค้า คือ การประกันภัยความเสียหายหรือสูญหายของตัวสินค้าขากอุบัติเหตุ ในระหว่างขั้นตอน การดำเนินการทางการขนส่งที่เป็นมาตราฐานสากลชัดเจนให้กับผู้ขายและผู้ซื้อ มีความเข้าใจถูกต้องตรงกัน โดย กรมธรรม์ประกันภัย จะระบุความคุ้มครองหลักของตัวสินค้าได้ 3 ลักษณะดังนี้

1.Institute Cargo Clauses (C)

คุ้มครองความเสียหายหรือสูญหายบางส่วนหรือทั้งหมด เนื่องจากเพลิงไหม้ ระเบิด เรือเกยตื้น จมหรือล่ม ยานพาหนะในการขนส่งทางบกพลิกคว่ำหรือตกจากราง เรือหรือยานพาหนะชนหรือโดนกับวัตถุอื่นใด การส่งสินค้าลงจากทางเรือ ณ ท่าหลบภัย ความเสียหายที่เกิดดับส่วนรวม สินค้าถูกโยนทะเล

2.Institute Cargo Clauses (B)

นอกจากความคุ้มครองตาม Institute Cargo Clauses (C) แล้ว ยังคุ้มครองถึงแผ่นดินไหว ภูเขาไฟระเบิด ฟ้าผ่า สินค้าถูกน้ำทะเลซัดตกเรือไป น้ำจากแม่น้ำ ทะเลสาปหรือน้ำรั่วไหลเข้ามาในเรือ ในยานพาหนะ ในระวางหรือในตู้ลำเลียง หรือในสถานที่เก็บสินค้า สินค้าทั้งหีบห่อเสียหายโดยสิ้นเชิง เพราะตกจากเรือหรือเกิดการขนขึ้นขนลง จากเรือหรือยานพาหนะ

3.Institute Cargo Clauses (A)

ระบุให้ความคุ้มครองเสียหายจากภัยทุกอย่าง ยกเว้นที่ระบุไว้ในข้อยกเว้นการพิจารณารับประกันภัยของบริษัทประกันภัย

ในกรณีที่เป็นภัยมาตราฐานแล้ว บริษัทประกันภัยจะพิจารณาลักษณะต่าง ๆ ของสินค้า บรรจุภัณฑ์ จำนวนเงินเอาประกันภัย พาหนะที่ใช้ในการขนส่ง เมื่อท่าปลายทางและระหว่างทาง สำหรับการประกันภัยสินค้า ส่วนการประกันภัยสินเชื่อการค้า ผู้ส่งออกจะต้องแจ้งรายละเอียดต่าง ๆ เกี่ยวกับการค้าของตน เช่น ประเภทธุรกิจ ประเทศที่ขายสินค้าไปให้ ประเภทสินค้าที่ขาย เป็นต้น เพื่อผู้รับประกันภัยจะได้นำข้อมูลทั้งหมดไปประมวลและเสนอเงื่อนไขความคัุ้มครอง วงเงิน และอัตราดอกเบี้ยประกันภัยที่เหมาะสม

การทำประกันภัยสินค้าไม่ใช่เรื่องที่ควรมองข้าม เพราะเราไม่มีทางทราบได้เลยว่าในการชิปปิ้งสินค้ามานั้น จะเกิดอะไรขึ้นกับสินค้าของเราได้บ้าง ดังนั้นป้องกันไว้ก่อนก็คงไม่เสียหายนัก หากเกิดอะไรขึ้นมาอย่างน้อยก็มีอะไรรับประกันสินค้าของเราได้บ้าง อ่านบทความเพิ่มเติมได้ที่นี่

 

2018-07-19T03:52:05+00:00